ใช้ยานอนหลับมาก เสี่ยงสมองแย่ลง

อาการนอนไม่หลับมี 2 สาเหตุ ได้แก่ ความเครียดทางกาย เช่น ร่างกายมีความเจ็บป่วย อาทิ ปวดท้อง ปวดฟัน ฯลฯ และความเครียดทางจิตใจ เช่น มีเรื่องต้องคิด ต้องกังวลใจ หรือเกิดภาวะซึมเศร้า

การนอนหลับเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด แต่หากเมื่อใดที่เรามีอาการนอนไม่หลับย่อมมี 2 สาเหตุ ได้แก่ ความเครียดทางกาย เช่น ร่างกายมีความเจ็บปวดอาทิ ปวดท้อง ปวดฟัน และความเครียดทางจิตใจ เช่น มีเรื่องที่ต้องคิด มีเรื่องทำให้กังวลใจ หรือเกิดภาวะซึมเศร้า

ยานอนหลับจึงมีประโยชน์ที่จะช่วยให้เรานอนหลับพักผ่อน เมื่อร่างกายนอนหลับเต็มที่ตื่นขึ้นมาก็จะสดชื่น คลายเครียด ในผู้สูงอายุบางท่านมีความจำเป็นต้องใช้ยานอนหลับ เพราะด้วยวัย และความเปลี่ยนแปลงทางสมอง ส่งผลให้นอนหลับยาก แพทย์จึงต้องสั่งยานอนหลับตัวที่เหมาะสม และให้ขนาดที่เหมาะสมจึงช่วยได้

การให้ผู้ป่วยได้รับประทานยานอนหลับ เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ดังนั้นหมอควรจะแนะนำคนไข้ก่อนเสมอว่า ให้ลองแก้ปัญหาที่ต้นเหตุก่อน เช่น ถ้ามีอาการปวด ให้หาสาเหตุก่อนว่า ปวดเพราะอะไร หรือหากมีเรื่องเครียด คิดไม่ตก กังวลไปต่างๆ นานา ควรแก้ไขที่ตนเองก่อน อย่าเพิ่งให้รีบกินยานอนหลับ เพื่อกลบปัญหาไปวันๆ

โดยการแก้ไขอาการนอนไม่หลับนี้ สามารถทำได้หลายวิธี ได้แก่ เคลียร์ปัญหาให้จบ ไปออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมผ่อนคลายความเครียด อาทิ ดูหนัง ฟังเพลง สวดมนต์ ไหว้พระ ทำสมาธิ แต่ถ้าทำทุกอย่างแล้ว ยังปรับตัวไม่ได้ ก็ให้มาพบแพทย์ เพื่อประเมินปัญหาการนอนไม่หลับ หรือจะพบจิตแพทย์ก็ได้ ถ้าทุกข์ใจจนแก้ที่ต้นเหตุยาก หรือต้องใช้เวลาในการแก้ไขนาน

“ปกติแล้วตามกฎหมายยานอนหลับ เป็นยาควบคุมไม่มีจำหน่ายตามร้านขายยาทั่วไป หากเราไปซื้อมาใช้เองโดยไม่มีแพทย์ ให้คำแนะนำก็จะเป็นอันตรายได้ เพราะการใช้ยานอนหลับทุกวัน อาจมีผลเสียทำให้ต้องใช้ยาในปริมาณที่มากขึ้นๆ เมื่อใช้ในปริมาณที่สูงขึ้นๆ จะทำให้สมองทนต่อยา ต้องเพิ่มขนาดขึ้นเรื่อยๆ การใช้ยานี้จึงกลายเป็นการเสพติด

นอกจากจะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาแล้วยังเพิ่มปัญหาทางสุขภาพอีกด้วย คือ จะทำให้สมองทำงานแย่ลง ความจำไม่ดี หงุดหงิดฉุนเฉียวเมื่อขาดยา แต่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการปรึกษาแพทย์