แคนาดาปลดเอกอัครราชทูตประจำกรุงปักกิ่ง

นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ปลดเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำกรุงปักกิ่ง จากรณีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดีของทายาทบริษัทหัวเว่ย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ว่าทำเนียบรัฐบาลแคนาดาออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ มีเนื้อหาเพียงว่านายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด  “ได้ขอให้” นายจอห์น แมคคัลลัม ลาออกจากตำแหน่งเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำกรุงปักกิ่ง และแมคคัลลัมยื่นหนังสือลาออกต่อนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว ในระหว่างนี้นายจิม นิกเคิล จะปฏิบัติหน้าที่อุปทูตเพื่อรักษาการในตำแหน่งเอกอัครราชทูตไปก่อน โดยไม่มีการให้รายละเอียดอื่นใดอีก
 
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวดังกล่าวซึ่งเกิดขึ้นแม้ทรูโดยืนกรานออกสื่อตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าเขาไม่มีแผนปลดแมคคัลลัมซึ่งเป็นหนึ่งในนักการทูตอาวุโสของแคนาดาออกจากตำแหน่ง มีขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังแมคคัลลัมให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายแห่งทั้งของแคนาดาและจีน เกี่ยวกับคดีของน.ส.เมิ่ง หว่านโจว ผู้บริหารระดับสูงและบุตรคนโตของผู้ก่อตั้งบริษัทหัวเว่ย ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ที่เมืองแวนคูเวอร์ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. ปีที่แล้ว ตามหมายจับของสหรัฐในคดีคว่ำบาตรอิหร่าน และมีกำหนดขึ้นศาลในวันที่ 6 ก.พ. นี้เพื่อต่อสู้กับคำร้องของรัฐบาลวอชิงตัน ว่าเธอ “มีโอกาสรอด” เพราะท่าทีของรัฐบาลวอชิงตันเองที่สุ่มเสี่ยงจะทำให้ศาลมองว่า การเนรเทศทายาทของหัวเว่ย “เป็นคดีการเมือง”

นอกจากนี้ แมคคัลลัมวัย 68 ปี ยังวิเคราะห์ทางออกเรื่องคดีของหัวเว่ยไว้ 3 ทาง คือแคนาดาเนรเทศน.ส.เมิ่งไปยังสหรัฐตามคำร้อง แต่ทุกฝ่ายต้องยอมรับกับ “สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา” ซึ่ง “อาจไม่ใช่เรื่องดี” และในกรณีนี้น.ส.เมิ่งยังมีโอกาสนานอีก 1 ปีในการอุทธรณ์ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดทางออกที่สอง คือการที่สหรัฐและจีน “บรรลุข้อตกลงร่วมกันเอง” เพื่อยุติคดีนี้ หรือประการสุดท้ายคือรัฐบาลวอชิงตัน “เจตนา” ส่งเอกสารที่ “ไม่มีน้ำหนักเพียงพอ” เพื่อให้ศาลพิจารณายกคำร้อง ก่อนกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า แต่ทางที่ดีที่สุดคือการที่สหรัฐไม่ส่งคำร้องใดมาเลย
 
ด้านนายกี แซง-ฌากส์ อดีตเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำกรุงปักกิ่ง กล่าวว่าในทางการทูตถือว่าทรรศนะของแมคคัลลัม “เป็นความจริง” แต่เขาไม่ควรพูดออมา เนื่องจากทุกฝ่ายทราบกันดีอยู่แล้วว่าสถานการณ์ยังคงตึงเครียด จากการที่จีนควบคุมตัวพลเมืองแคนาดาไว้ 2 คน และสั่งประหารชีวิตแล้ว 1 คนในคดียาเสพติด.